วัดพระธรรมกายเบเนลักซ์

วัดพระธรรมกายเบเนลักซ์ เป็นหนึ่งในศูนย์สาขาทั่วโลกของวัดพระธรรมกาย

ความเป็นมา
หากจะย้อนไปถึงการเริ่มต้นของงานเผยแผ่วิชชาธรรมกายในทวีปยุโรป ประเทศเบลเยี่ยมถือเป็นประเทศแรกที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้ส่งหมู่คณะชุดบุกเบิกซึ่งประกอบไปด้วยพระภิกษุ ๒ รูป อุบาสกและอุบาสิการวม ๙ คนมาจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบลเยี่ยม” ขึ้นที่เมืองอิ่เป่อร์ (Ieper) เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยครั้งนั้นพระวิจักษ์ สุทธิวโร และพระนิโคลัส ฐานิสฺสโร ได้ทำหน้าที่พระอาจารย์ประจำศูนย์ แต่เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องวีซ่าของหมู่คณะชุดแรกนี้ ทำให้เมื่อถึงเดือนธันวาคมปีเดียวกันนั้น พระภิกษุและเจ้าหน้าที่ชุดนี้จึงจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทย ยังเหลือแต่พระอาจารย์นิโคลัสเพียงรูปเดียว

00

พระอาจารย์นิโคลัสได้ทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะต่อมาจนกระทั่งมีกลุ่มกัลยาณมิตรเพิ่มขึ้น โดยสาธุชนส่วนใหญ่มาจากเมืองแอนต์เวิร์ป ดังนั้นท่านจึงได้เช่าอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ที่เขตเดอรเน่อ (Deurne) เมืองแอนต์เวิร์ป ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสะดวกในการคมนาคมมากกว่าเมืองอีเปอร์ ทำให้สาธุชนจากกรุงบรัสเซลส์เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม และสาธุชน จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เดินทางมาร่วมกิจกรรมของศูนย์ได้สะดวกขึ้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ พระอาจารย์จึงตัดสินใจย้ายศูนย์จากเมืองอีเปอร์ไปรวมกันที่เมืองแอนต์เวิร์ปเป็นที่เดียวในที่สุด

katin2

กิจกรรมในช่วงที่พระอาจารย์นิโคลัสดูแลอยู่นั้น จะเน้นการสอนสมาธิแก่คนท้องถิ่น ซึ่งได้จัดสอนเป็นคอร์สๆ มีชาวท้องถิ่นเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ท่านยังได้สนับสนุนการเปิดบ้านกัลยาณมิตร ที่เมืองเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย

ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ พระอาจารย์วิรัตน์ มณิกันโต ได้มารับงานต่อจากพระอาจารย์นิโคลัส ฐานิสฺสโร เนื่องจากพระอาจารย์นิโคลัส ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติงานที่เมืองไทย พระอาจารย์วิรัตน์ มีนโยบายสนับสนุนกิจกรรมกัลยาณมิตรในกลุ่มคนไทยมากขึ้น ในด้านการขยายงานกัลยาณมิตรในประเทศอื่นนั้น พระอาจารย์วิรัตน์ยังคงรักษาความต่อเนื่องในการจัดกิจกรรมที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเมืองซุตเตเมีย ประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งได้รับนิมนต์ไปเปิดบ้านปฏิบัติธรรมที่เมืองเอ็นเชอปิง ประเทศสวีเดนอีกด้วย

CIMG1482

จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๗ พระอาจารย์วีระ วีรันธโร ได้มารับตำแหน่งประธานศูนย์ เนื่องจากพระอาจารย์วิรัตน์ (ปัจจุบันคือพระครูภาวนาวิเทศ) ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงนี้พระอาจารย์ วีระ ได้ดำเนินการย้ายสถานที่ตั้งศูนย์จากเดิมไปเช่าบ้านหลังหนึ่งในเขตไวเนเค่ม (Wijnegem) ซึ่งมีอาคารสถานที่ที่สะดวกและกว้างขวางกว่าเดิม เหมาะแก่การประกอบศาสนพิธีและสามารถรองรับสาธุชนได้เป็นจำนวนมาก และในโอกาสนี้ท่านได้ขออนุญาตเปลี่ยนสถานะ “ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบลเยี่ยม” เป็น “วัดพุทธแอนต์เวิร์ป” ซึ่งตรงกับวาระอันเป็นมงคลฉลอง ๖๐ ปีพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ด้วย ภารกิจระหว่างนี้ ท่านได้ดำเนินการขยายกลุ่มกัลยาณมิตรไปยังเมืองที่สำคัญในประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสแกนดิเนเวีย เช่นที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (ปัจจุบันจัดตั้งเป็นวัดพุทธสตอกโฮล์ม) เมืองโกเธนเบิร์ก (ปัจจุบันจัดตั้งเป็นวัดพระธรรมกายบูโรส) ประเทศเดนมาร์ก (ปัจจุบันจัดตั้งเป็นวัดพระธรรมกายเดนมาร์ก) ประเทศนอร์เวย์ (ปัจจุบันจัดตั้งเป็นวัดพระธรรมกายนอร์เวย์)

กิจกรรมของวัดพุทธแอนต์เวิร์ปได้ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง จนสถานที่ไม่พอรองรับศรัทธาสาธุชน พระอาจารย์วีระ จึงได้ดำเนินการจัดซื้อคฤหาสน์ ที่สงบร่มรื่นแห่งหนึ่งในเขตสคราเวนเวเซล (‘S-Gravenwezel) เมืองแอนต์เวิร์ปจัดตั้งเป็นวัด และได้ย้ายเข้ามาดำเนินกิจกรรมในสถานที่แห่งใหม่นี้ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นครั้งแรก

DSCF4253

พ.ศ.๒๕๕๑ พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้เมตตาให้วัดสาขาวัดพระธรรมกายในต่างประเทศที่จัดซื้อสถานที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนแล้ว ตั้งชื่อวัดให้สอดคล้องกับวัดพระธรรมกายในประเทศไทย วัดพุทธแอนต์เวิร์ป จึงได้เปลี่ยนมาเป็น “วัดพระธรรมกายเบลเยี่ยม”

เดือนธันวาคมพ.ศ.๒๕๕๒ พระอาจารย์วีระ วีรันธโร (ปัจจุบันคือพระครูภาวนาพุทธิธรรม) ได้ย้ายไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นเจ้าอาวาสที่วัดพระธรรมกายลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีพระครูสมุห์วิจักษ์ สุทธิวโร มาปฏิบัติศาสนกิจเป็นเจ้าอาวาสแทน โดยกิจกรรมงานบุญก็ยังคงดำเนินต่อมาด้วยดี ทำให้ในที่สุดสถานที่วัดแห่งนี้ก็ไม่พอรองรับศรัทธาสาธุชนอีกครั้ง พระครูสมุห์วิจักษ์ สุทฺธิวโร จึงได้หาสถานที่ที่สามารถรองรับคนได้เป็นจำนวนมาก จนกระทั้งในเดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ จึงได้พบสํานักแม่ชีของศาสนาคริสต์ ที่เมืองเลเด่อ (Lede) ซึ่งอยู่ใกล้กรุงบรัสเชลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม

D3S_8085

สถานที่แห่งนี้มีพื้นที่ขนาด ๓๓,๐๐๐ ตรม. หรือเท่ากับ ๒๐ ไร่เศษ มีอาคารขนาดใหญ่สูง 3 ชั้นตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางพื้นที่ ทางด้านทิศเหนือเป็นป่าไม้และสวนพร้อมลำธารเล็กๆ มีต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นและขนาดย่อมอีกกว่าร้อยต้น ด้านหน้าของอาคารใหญ่มีโบสถ์ขนาดประมาณ ๑๕๐ ตารางเมตร ตั้งชิดกําแพงทางด้านทิศตะวันออกของพื้นที่ ถัดจากโบสถ์ยังมีอาคารจอดรถขนาดใหญ่ รวมกับพื้นที่จอดรถภายนอกอาคารสามารถรองรับรถยนต์ได้ประมาณ ๑๐๐ คัน

อาคารใหญ่นี้มีอายุประมาณ ๖๐ ปี ยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เนื่องจากได้รับการดูแล อย่างดี พื้นชั้นล่าง และ บันไดทําด้วยหินอ่อน ประกอบด้วยห้องต่างๆจํานวนมาก ห้องพักรวมมากกว่า ๕๐ ห้อง ห้องประชุมขนาดใหญ่จุคนได้ประมาณ ๒๐๐ คน นอกจากนั้นยังมีห้องทํางาน ห้องรับแขก ห้องสวดมนต์ขนาดเล็ก ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัวพร้อมทั้งอุปกรณ์ครบครัน และ ห้องเอนกประสงค์ต่างๆ อีกมากกว่า ๑๐ ห้อง

เมื่อคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายในภาคพื้นยุโรปเห็นพ้องต้องกันว่าสถานที่แห่งนี้ มีความสมบูรณ์พร้อมในการทํากิจกรรมงานพระพุทธศาสนา สามารถรองรับกิจกรรมงานบุญและการปฏิบัติธรรมทั้งชาวไทยและชาวท้องถิ่นได้อย่างดี จึงได้ตกลงทำสัญญาจะซื้อสถานที่แห่งนี้ในราคาต่ำสุด ๑.๗ ล้านยูโร หรือเท่ากับ ๗๐ ล้านบาท และได้ขออนุญาตเข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้ทำพิธีเปิดวัดในวันทอดกฐินสามัคคี วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ โดยมีพระภาวนาวิริยะคุณ มาเป็นประธานสงฆ์

จนกระทั่งต้นปี ๒๕๕๔ พระครูวิเทศธรรมภาวนา (พระไวโรจน์ วิโรจโน) ได้มาดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส (จนถึงปัจจุบัน) และต่อมาท่านพร้อมกับพระครูภาวนาพุทธิธรรม (พระวีระ วีรันธโร) ได้เซ็นสัญญาซื้อสถานที่แห่งนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดพระธรรมกายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ต่อมาไม่นานพระครูวิเทศธรรมภาวนา (พระไวโรจน์ วิโรจโน) เห็นว่า กลุ่มสาธุชนที่มาร่วมกิจกรรมงานบุญที่วัดแห่งนี้ มาจากทั้ง ๓ ประเทศ ได้แก่ ประเทศเบลเยี่ยม ประเทศเนเธอแลนด์ และประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งต่างก็เป็นส่วนหนึ่งในสหภาพเบเนลักซ์ที่ทั้ง ๓ ประเทศนี้รวมตัวกันอยู่ ท่านจึงได้เสนอเปลี่ยนชื่อวัดพระธรรมกายเบลเยี่ยม เป็น “วัดพระธรรมกายเบเนลักซ์” จนถึงปัจจุบันนี้

Print Friendly, PDF & Email